NARABANK
วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557
มลพิษทางอากาศ
โลก ของ เรา มี ชั้น ของ บรรยากาศ ห่อ หุ้ม อยู่ โดย รอบ หนา ประมาณ 15 กิโลเมตร ชั้น ของ บรรยากาศ ดัง กล่าว นี้ ประกอบ ด้วย ก๊าซ ไนโตรเจน ออกซิเจน ฝุ่น ละออง ไอ น้ำ และ เชื้อ จุลินทรีย์ ต่าง ๆ ใน จำนวน ก๊าซ เหล่า นี้ ก๊าซ ที่ สำคัญ ที่ สุด ต่อ การ ดำรง อยู่ ของ สิ่ง มี ชีวิต ใน โลก คือ ก๊าซ ออกซิเจน และ ชั้น ของ บรรยากาศ ที่ มี ก๊าซ ออกซิเจน เพียง พอ ต่อ การ ดำรง ชีวิต มี ความ หนา เพียง 5 - 6 กิโลเมตร เท่า นั้น ซึ่ง ปกติ จะ มี ส่วน ประกอบ ของ ก๊าซ ต่าง ๆ ค่อน ข้าง คง ที่ คือ ก๊าซ ไนโตรเจน 78.09% ก๊าซ ออกซิเจน 20.94%
ก๊าซ คาร์บอนไดออกไซด์ และ ก๊าซ เฉื่อย 0.97%ใน ปริมาณ คง ที่ ของ ก๊าซ ดัง กล่าว นี้ เรา ถือ ว่า เป็น อากาศ บริสุทธิ์ แต่ เมื่อ ใด ก็ ตาม ที่ ส่วน ประกอบ ของ อากาศ เปลี่ยน แปลง ไป มี ปริมาณ ของ ฝุ่น ละออง ก๊าซ กลิ่น
หมอก ควัน ไอ ไอ น้ำ เขม่าและ กัมมันตภาพรังสี อยู่ ในบรรยา กาศมาก เกิน ไป เรา เรียก สภาวะ ดัง กล่าว ว่า “มล พิษ ทางอากาศ”
ความหมาย ของ มลพิษทางอากาศ
มลพิษทางอากาศ หมายถึง
ภาวะอากาศที่มีสารเจือปนอยู่ในปริมาณที่สูงกว่าระดับปกติเป็นเวลา
นานพอที่จะทำให้เกิดอันตรายแก่มนุษย์ สัตว์ พืช หรือทรัพย์สินต่าง ๆ
อาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เช่น ฝุ่นละอองจากลมพายุ ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว
ไฟไหม้ป่า ก๊าซธรรมชาติอากาศเสียที่เกิดขึ้น
โดยธรรมชาติเป็นอันตรายต่อมนุษย์น้อยมาก
เพราะแหล่งกำเนิดอยู่ไกลและปริมาณที่เข้าสู่สภาพ แวดล้อมของมนุษย์และสัตว์มีน้อย
กรณีที่เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ มลพิษจากท่อไอเสีย
ของรถยนต์จากโรงงานอุตสาหกรรมจากขบวนการผลิตจากกิจกรรมด้านการเกษตรจากการระเหย
ของก๊าซบางชนิด ซึ่งเกิดจากขยะมูลฝอยและของเสีย เป็นต้น
แหล่งกำเนิดสารมลพิษทางอากาศ
แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศที่สำคัญของประเทศไทย แบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ ดังนี้
2.โรงงานอุตสาหกรรม
ผลกระทบของมลพิษทางอากาศ
1. ทําลายสุขภาพ
อากาศเสียทําให้เกิดโรค แพ้อากาศ โรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ โรค
เกี่ยวกับการไหลเวียนของโลหิต ผลที่เกิดในระยะยาวอาจทําให้ถึงตายได้
2.ทําลายสิ่งก่อสร้างและเครื่องใช้โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่ทําด้วยโลหะทําให้เกิดการสึกกร่อน ทําให้หนังสือและศิลปกรรมต่างๆเสียหาย
2.ทําลายสิ่งก่อสร้างและเครื่องใช้โดยเฉพาะสิ่งก่อสร้างที่ทําด้วยโลหะทําให้เกิดการสึกกร่อน ทําให้หนังสือและศิลปกรรมต่างๆเสียหาย
3. ทําให้ทัศนวิสัยเลวลง
และมีผลทําให้อุณหภูมิอากาศลดต่ำาลงกว่าปกติได้ ทัศนวิสัยเลวลง
ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทั้งในอากาศ ท้องถนน และท้องน้ำ
แหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศ(ยานพาหนะ)
ยาน พาหนะ ก่อ ให้ เกิด ปัญหา มล พิษ ทางอากาศ จำกัด เฉพาะ ใน เขต ชุม ชน ขนาด ใหญ่ เช่น กรุง เทพ มหา นคร และ ปริมณฑล แต่ ปัญหา มล พิษ ทางอากาศ จาก โรง งาน อุตสาหกรรม เป็น ปัญหา เฉพาะ พื้น ที่ กระจาย อยู่ ทั่ว ประเทศ ไทย ทั้ง ใน เขต ชน บท และ เขต เมือง
การ เจริญ เติบ โต ทางเศรษฐกิจ อย่าง รวด เร็ว ของ ประเทศ จาก ภาค เกษตร กรรม มา เป็น ภาค อุตสาหกรรม ทำ ให้ กรุง เทพ มหา นคร ซึ่ง เป็น ศูนย์ กลาง ของ แหล่ง ธุรกิจ และ ความ เจริญ มี จำนวน ประชา กร เพิ่ม ขึ้น อย่าง รวด เร็ว ทำ ให้ เกิด ความ ต้อง การ ใน การ เดิน ทางและ การ ขน ส่ง มาก ยิ่ง ขึ้น ส่ง ผล ให้ เกิด ปัญหา จราจร ติด ขัด เข้า ขั้น วิกฤต และ นับ วัน จะ ทวี ความ รุน แรง มาก ขึ้น เรื่อยๆ การ จราจร ที่ ติด ขัด ทำ ให้ รถ เคลื่อน ตัว ได้ ด้วย ความ เร็ว ต่ำ มี การ หยุด และ ออก ตัว บ่อย ครั้ง ขึ้น น้ำ มัน ถูก เผา ผลาญ มาก ขึ้น การ สันดาป ของ น้ำ มัน เชื้อ เพลิง ไม่ สมบูรณ์ และ มี การ ระบาย สาร มล พิษ ทางท่อ ไอ เสีย ใน สัด ส่วน ที่ เพิ่ม มาก ขึ้น ดัง นั้น บริเวณ ที่ ใกล้ ถนน ที่ มี การ จราจร ติด ขัด จะ มี ปัญหา มล พิษ ทางอากาศ ที่ รุน แรง กว่า ใน บริเวณ ที่ มี การ จราจร คล่อง ตัว สาร มล พิษ ที่ ระบาย เข้า สู่ บรรยากาศ ที่ เกิด จาก การ คมนาคม ขน ส่ง ได้ แก่ ก๊าซ คาร์บอนมอนอกไซด์ ก๊าซ ออกไซด์ ของ ไนโตรเจน สาร ประกอบ ไฮโดรคาร์บอน ฝุ่น ละออง ขนาด เล็ก กว่า 10
ไมครอน สาร ตะกั่ว และ ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์
วันจันทร์ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556
code php
<?php $title = 'davidluiz';
$score ='100';
if ($score<50)
{ echo '0' ; }
else if ($score<55)
{ echo '1' ; }
else if ($score<60)
{ echo '1.5' ; }
else if ($score<65)
{echo '2' ; }
else if ($score<70)
{ echo '2.5' ; }
else if ($score<75)
{ echo '3' ; }
else if ($score<80)
{ echo '3.5' ; }
else
{ echo '4' ; }
?>
</body>
</html>
$score ='100';
if ($score<50)
{ echo '0' ; }
else if ($score<55)
{ echo '1' ; }
else if ($score<60)
{ echo '1.5' ; }
else if ($score<65)
{echo '2' ; }
else if ($score<70)
{ echo '2.5' ; }
else if ($score<75)
{ echo '3' ; }
else if ($score<80)
{ echo '3.5' ; }
else
{ echo '4' ; }
?>
</body>
</html>
วันพุธที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2556
ภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ เป็นภาควิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับการออกแบบ การวิเคราะห์ การผลิต การซ่อมบำรุงอากาศยานธุรกิจการบิน และการวิจัยที่เกี่ยวข้อง ที่มุ่งเน้นผลิตบุคคลากรเพื่อเข้าทำงานในอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ
หลักสูตรที่เปิดสอน
- ระดับปริญญาตรี วิศวกรรมการบินและอวกาศ ภาคปกติ ภาคพิเศษ และนานาชาติ
- ระดับปริญญาตรี วิทยาศาสตร์บัณฑิต (การจัดการเทคโนโลยีการบิน) ภาคปกติ
- ระดับปริญญาโท วิศวกรรมการบินและอวกาศ ภาคปกติ
เนื้อหาที่สำคัญในหลักสูตร
- อากาศพลศาสตร์
- เครื่องยนต์และการขับดันอากาศยาน
- โครงสร้างอากาศยาน
- เทคโนโลยีอวกาศและดาวเทียม
- เทคโนโลยีการบิน
- การจัดการการบิน
เรียนอะไรบ้าง?
- ศึกษาทางด้านอากาศพลศาสตร์ การวิเคราะห์โครงสร้าง เพื่อออกแบบการสร้าง การซ่อมบำรุงเครื่องบิน เครื่องยนต์เจ็ท เทคโนโลยีดาวเทียม รวมไปถึงการบริหารธุรกิจและเทคโนโลยีการบิน
เรียนที่นี่ดีอย่างไร?
- เป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศที่ผลิตวิศวกรการบินและอวกาศสำหรับพลเรือน
- มีการวิจัยและพัฒนา องค์ความรู้ด้านการบินและอวกาศอย่างต่อเนื่อง มีความเชี่ยวชาญ ครอบคลุมทั้งด้านวิศวกรรมอากาศยาน เทคโนโลยีอวกาศ รวมทั้ง การดำเนินงานและการจัดการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการบินและธุรกิจการบิน
- การเรียนการสอนในแต่ละหลักสูตรมีการผสานภาคทฤษฏี และภาคปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจเชิงลึก และความเป็นมืออาชีพ และสร้างความพร้อมในการทำงานในอุตสาหกรรมด้านการบิน และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง
ใครที่เหมาะกับสาขานี้
- คนที่ชื่นชอบในด้านการบินและอวกาศ
- คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ และสนใจใฝ่รู้
- คนที่มีความรับผิดชอบ และชอบความท้าทายใหม่ๆ
จบแล้วทำงานอะไร
- เป็นวิศวกรออกแบบวิเคราะห์ทางวิศวกรรม โครงสร้าง และอากาศพลศาสตร์เช่น เครื่องบิน ยานยนต์ กังหันลม ฯลฯ
- เป็นวิศวกรควบคุมการซ่อมบำรุงอากาศยาน และชิ้นส่วนประกอบ
- เป็นวิศวกรควบคุมวงโคจรและสถานีดาวเทียม
- เป็นวิศวกรการจัดการในอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมการผลิต การซ่อมบำรุงและอุตสาหกรรมอื่นๆ
- เป็นวิศวกรการจัดการในธุรกิจการขนส่งทางอากาศ เช่น สายการบิน ท่าอากาศยาน การจัดการ
โลจิสติกส์ ฯลฯ
http://admission.eng.ku.ac.th/majors/Aerospace
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



.jpg)

